การดูแลรักษาบ้าน
จุดชำรุดในบ้านที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัย

จุดชำรุดในบ้านที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัย

จุดชำรุดในบ้านที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัย

เรื่องบ้านเป็นเรื่องใหญ่ และต้องมีความมั่นคงแข็งแรง แต่ไม่ว่าจะแข็งแรงอย่างไรก็ต้องมีจุดอ่อนเป็นเรื่องปกติธรรมดา มีเกิดก็ต้องมีแตกดับ แต่บ้านคงไม่ถึงกับอย่างนั้น เพราะก่อนที่จะมีอันเป็นไปเจ้าของบ้านจะต้องรู้ และซ่อมแซมให้กลับมามีสภาพดีให้ได้ มีจุดไหนบ้านที่ต้องดูแลก่อนที่จะมีอันเป็นไปมาดูกันเลย

จุดชำรุดในบ้านที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัย

  1. ฐานราก แม้จะเป็นเรื่องยากในการที่จะดูแลในส่วนนี้ แต่เจ้าของบ้านก็ต้องรู้ไว้เนื่องจากเป็นตัวยึดเหนี่ยวให้บ้านทั้งหลังทรงตัวอยู่ได้ เพราะถ้ามีความไม่แข็งแรงของฐานรากแล้วบ้านทั้งหลังต้องมีความเป็นไปอย่างแน่นอน ดังนั้นต้องดูแลไม่ให้น้ำซึมเข้าไป หรือดินทรุด ให้สังเกตตามฝาผนังว่ามีรอยแตกร้าวหรือไม่ เพราะถ้ามีอาจเป็นสัญญาณบอกเหตุถึงการทรุดตัวของฐานรากก็เป็นได้ ซึ่งนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการเสียหายครั้งใหญ่นั่นเอง

จุดชำรุดในบ้านที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัย

  1. อ่างล้างจานที่อยู่ใต้เคาน์เตอร์ นับว่าสะดวกก็จริงแต่หลาย ๆ ท่านหารู้บ้างไหมว่าอ่างบ้างจานแบบนี้อาจมีรอยร้าว และทำให้มีการรั่วซึมของน้ำใช้ในการล้างจานซึมลงด้านล่าง นอกจากจะเป็นที่สะสมของเชื้อโรคแล้ว น้ำอาจซึมลงไปที่ท่อน้ำทิ้งพร้อมเศษอาหารทำให้ท่ออุดตันได้ ซึ่งอาจหาสาเหตุได้ยาก ดังนั้นเจ้าของบ้านต้องรู้และชี้จุดให้ช่างทำการซ่อมแซม และแก้ไขได้ง่าย ๆ

  1. ทางเข้าบ้านในระหว่างหน้าฝน ในฤดูฝนต้องออกมาสำรวจบ้านเพราะจะเห็นการชำรุดได้ง่ายกว่าในฤดูอื่น ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน หรือฤดูหนาว เพราะบ้านต้องรองรับการพักอาศัยได้ทุกฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูฝนจะเห็นร่องรอยความเสียหายได้ง่าย และชัดเจนกว่า โดยดูได้จากการรั่วซึมของน้ำฝน ทางเดินของน้ำในท่อน้ำทิ้งข้างบ้าน และส่วนที่อยู่ต่ำกว่าถนน เพราะน้ำจะไหลเข้าบ้านทำให้บ้านน้ำท่วมได้ ดังนั้นส่วนไหนที่ต้องได้รับการแก้ไขก่อนหลังให้พิจารณาตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นส่วนน้ำทิ้ง หรือส่วนน้ำท่วม เพื่อจะได้ให้ช่างมาจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อย

จุดชำรุดในบ้านที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัย

  1. รางน้ำฝนบนชายคาบ้าน ต้องดูแลเป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อให้น้ำฝนไหลได้สะดวกทำให้หลังคารับน้ำหนักน้อยลง โดยเฉพาะในส่วนนี้เป็นส่วนที่เรามองไม่เห็นหรือเห็นได้ไม่ถนัด ดังนั้นให้สังเกตการณ์ไหลของน้ำฝนที่อยู่บนหลังคา ถ้าไหลได้น้อย หรอืไม่ไหลแสดงว่ารางน้ำฝนนั้นเกิดปัญหาแล้วไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง บางครั้งอาจมีสัตว์เช่นแมวมาตายขวางรางน้ำอยู่ก็ได้ ซึ่งถ้าบ้านไหนต้องรองน้ำฝนไว้ใช้ก็อาจทำให้เกิดโรคหรือความสกปรกได้ ดังนั้นแม้เจ้าของบ้านมองไม่เห็น แต่ก็สามารถสังเกตได้ด้วยวิธีดูการไหลของน้ำ โดยการดูที่ความแรงของน้ำที่ตกลงมา ถ้าเห็นว่าผิดปกติควรให้ช่างซ่อมขึ้นไปตรวจดูให้ละเอียด อย่างน้อยก็ปีละครั้งสองครั้งก็ไม่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นแต่อย่างไร

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *