แต่งสวน
ไม้ผลรสอร่อยปลูกง่าย

ไม้ผลรสอร่อยปลูกง่าย

ไม้ผลรสอร่อยปลูกง่าย

 

                   ผลไม้บ้านเรามีให้กินได้ตลอดปี และมีรสชาติที่อร่อย ทั้งส้ม เงาะ ทุเรียน มะม่วง และอื่น ๆ ซึ่งจะหาได้ตามฤดูกาล เรียกได้ว่าไม่เคยอด ต่างชาติที่มาเมืองไทยต่างก็ชื่นชมว่าผลไม้ไทยมีรสชาติที่น่ารับประทาน แต่อาจมีราคาที่สูงอยู่สักหน่อย ทำให้ต้องหามาปลูกเองแต่ก็คิดว่าไม่มีพื้นที่พอ ไม่ต้องห่วงเพราะจริง ๆ แล้วผลไม้บางชนิดก็ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ก็สามารถที่จะปลูกได้ และสามารถเก็บผลกินเองได้ ขอให้มีการควบคุมเรื่องสารเคมีให้ดี สำหรับวันนี้ก็มีการแนะนำที่ดีได้ดูกันเลย

 

ไม้ผลรสอร่อยปลูกง่าย

  • กล้วย เป็นไม้ผลที่น่ารับประทานและสามารถนำมาประกอบอาหารหวานคาวได้หลายอย่าง หรือจะกินสดก็สามารถกินได้ทันที แถมยังเป็นไม้ที่ปลูกง่าย มีหลายอย่างที่เห็นทั่วไปก็เป็นกล้วยน้ำว้าซึ่งสามารถกินสด หรือนำมาทำขนมก็ได้ การปลุกอาจไปขอหน่อเขามาสัก 1-2 หน่อนำมาปลุกเอง หรือไปขอซื้อตามสวนกล้วยก็ได้เหมือนกัน เมื่อได้มาแล้วให้ขุดหลุมขนาด 50X50 แล้วนำกล้วยลงปลูก ให้รดน้ำทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็จะได้กล้วยไว้กินเอง แถมยังไม่หน่อกล้วยเพิ่มอีกด้วย นอกนั้นก็จะมีใบตองก็ยังมีประโยชน์มากมาย

 

  • มะม่วง บ้านต่างจังหวัดจะปลูกมะม่วงกันแยะมาก เพราะมะม่วงนั้นปลูกง่าย ทนแดดทนฝนให้ผลแยะ พร้อมให้ร่มเงาได้อย่างดี แถมยังอายุยืนให้ผลอย่างต่อเนื่องทุกปี ถ้ามีมากก็ยังขายได้อีก การปลูกมะม่วงไม่ยาก และปลูกได้หลายวิธี หรือถ้าจะทำตามหลักการก็ใหขุดหลุมไม่ต้องลึกมาก ฝังเมล็ดลงไปก็ได้ การปลูกจากเมล็ดจะใช้เวลานานกว่าจะให้ลูก แต่ถ้าไม่ต้องการรอนานใหซื้อที่เขาตอนไว้มาปลูกก็ได้ ซึ่งก็จะออกผลเร็วไม่เกิน 2 ปี ก็จะได้กินมะม่วงแล้ว

 

  • น้อยหน่า เป็นผลไม้ที่มีรสชาติดี หวานอร่อยเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกในบ้านได้ เพราะขนาดต้นไม่สูงมาก ผลก็สามารถเก็บกินได้ตลอดปี การปลูกน้อยหน่าง่ายมาก ๆ หลังจากกินเนื้อแล้วก็ให้เอาเมล็ดที่อยู่ด้านในมาล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งแดดไว้ครึ่งวัน แล้วขุดหลุมไม่ต้องลึกมาก นำเมล็ดน้อยหน่าที่เก็บไว้มาหยอดลงไปหลุมละ 3-4 เมล็ดก็พอ แล้วให้รอสัก 2-3 ปีก็จะเริ่มเห็นผล โดยผลจะเริ่มออกมาให้รับประทานได้แล้ว

 

               เห็นไหมครับว่าการปลูกไม้ผลไว้รับประทานเองที่บ้านนั้นไม่ยากเลย เพียงแต่ให้เลือกชนิดของไม้ผลให้ดี แต่เวลาในการปลูกอาจจะยาวนานสักหน่อยก็คงไม่เกิน 4-5 ปีก็ได้กินแล้ว แต่ถ้าจะว่าไปก็คุ้มกับการรอคอย และเป็นที่น่าภาคภูมิใจอีกด้วยว่าเป็นฝีมือการปลูกของเราเอง

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *